วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

ตามรอยไตดำ บรรพบุรุษของเรา



"ไทดำรำพัน"
สิบห้าปี ที่ไตเฮาเสียแดนดิน(....เดินเข้าไป)
จงเอ็นดูหมู่ข้าน้อย ที่พลอยพัดบ้าน
เฮาคนไตย้ายกันไป ทุกถิ่นทุกฐาน
จงฮักกันเน้อ ไตดำเฮานา
สิบห้าปี ที่ไตเฮาเสียดายเด (...เดินเข้าไป)
เมืองเฮาเพแสนเสียดาย ปู่เจ้าเซินหล้า
เฮือนเคยอยู่อู่เคยนอน ต้องจรจำลา
ปั๊ดไฮ่ปั๊ดนา น้ำตาไตไหล
สิบห้าปี ที่ไตเฮาเสียแดนเมือง(...เดินเข้าไป)
เคยฮุ่งเฮืองหมู่ข้าน้อย อยู่สุขซำบาย
ลุงแก่นตาได้สร้างสา บ้านเมืองไว้ให้
บัดนี้จากไกล ไตเสียดายเด๋.....
....ยามเมื่อคึ๊ดมา น้ำตาไตไหล ยามจากไกลสุ่เจ้าเซินหล้า อพยพหลบหลีกไพรีมา ไตดำทั่วหน้ายังถ้าทุกมื้อทุกเวน

ก.วิเสส เล่าให้ฟังว่าตัวเขาเกิดที่บ้านสีไคใกล้ๆสนามบินวัดไต เขตนครหลวงเวียงจันทร์ เมื่อ58 ปีที่แล้ว
ในวัยหนุ่ม ก.วิเสส ได้เข้ารับราชการทหาร สังกัดฝ่ายเป็นกลางแห่งราชอาณาจักรลาว

เคยผ่านสมรภูมิรบทุ่งไหหิน ก่อนที่จะลาออกไปเป็นนักร้องตามห้องอาหารในเขตนครหลวงเวียงจันทร์
ราวปี 2510 พ.อ.แพงเกี้ยว สุวัติ ผู้บัญชาการกรมราบอากาศวังเวียง(ทหารพลร่ม) ได้จัดตั้งวงดนตรี"ราบอากาศวังเวียง" ขึ้นมา
ก.วิเสส จึงถูกเรียกตัวให้เข้ามาประจำการเป็นนักร้อง
"ตอนแรกรวมตัวกันที่บ้านพักของแพงเกี้ยว ที่บ้านสีไค หลังจากนั้นก็ย้ายไปประจำที่เมืองวังเวียง มีหมีดำเป็นโฆษก"
"หมีดำ" ที่ ก.วิเสส พูดถึงคือ ร.อ.สนอง อุ่นวง ซึ่งมีความสามารถในด้านการแต่งเพลง
 โดยเฉพาะเพลง "ไทดำรำพัน" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการไปร่วมงานบุญของชาวไทดำหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตนครหลวงเวียงจันทร์ เป็นการผสมระหว่างเพลงพื้นบ้านชาวไทดำ กับ ทำนองขับทุ้มหลวงพระบาง
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2518
พรรคประชาชนปฎิวัติลาว ยึดอำนาจการปกครองล้มล้างรัฐบาลราชอาณาจักรลาว จึงทำให้ ก.วิเสส ตัดสินใจอยู่เมืองไทย
จนกระทั่งปี 2522 เขาจึงทำเรื่องขอเป็นผู้ลี้ภัยและเดินทางไปใช้ชีวิตที่สหรัฐ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ประวัติศาสตร์ไทดำ

ค้นคว้าและเขียน โดยคุณบรรจง ชัชวาลชัยทรัพย์ คนเชื้อสายไทดำ....
ท้าวสรวง อพยพจากน่านเจ้า มาลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองลอ
ภูมิประเทศที่เรียกว่า “สิบสองจุไท”
ส่วนใหญ่เป็นขุนเขาจนเรียกว่าแผ่นดินแห่งขุนเขาหมื่นยอด
มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ ทำนาได้ 100% อยู่สี่แห่งทุ่งเมืองลอ ทุ่งเมืองถาน ทุ่งเมืองเติ๊ก และ ทุ่งเมืองแถง
แม้ทุ่งเมืองแถงจะใหญ่กว่า แต่รวมทั้งเมืองถานเมืองเติ๊ก ก็ต้องขึ้นกับเมืองลอ ถิ่นฐานบ้านเดิมของไทดำ ที่เป็นศูนย์กลาง
ต่อมาในสมัยลูกขุนลอ ชื่อล้านเจื้อง ปกครองเมืองแถง ทุกเมืองในสิบสองจุไท
ก็เปลี่ยนมาขึ้นกับเมืองแถง
วันเวลาผ่านไป จนถึงสมัยที่ดินแดนแถบนั้น
อยู่ในปกครองของฝรั่งเศส และกำลังถูกโฮจิมินห์ต่อต้าน
ฝรั่งเศสจัดตั้งแนวร่วมต่อต้านโฮจิมินห์
รวบรวมรัฐไทดำไทขาว 16 แห่ง ตั้งสหพันธรัฐไต เรียกภาษาไทดำ 16 เจ้าไต
แล้วให้ แดววันลอง ผู้นำไทขาว เมืองไลเจา เป็นประธานาธิบดี

ฝ่ายโฮจิมินห์ ก็แก้ลำ ด้วยการเกลี้ยกล่อมไทดำ ไทขาว เข้าเป็นพวก
สองฝ่ายใช้เงื่อนไขเดียวกัน ว่าทันทีที่ชนะ
จะแยกดินแดนให้ไทดำไทขาวปกครอง
นับแต่นั้น ไทดำ ไทขาวก็แตกออกเป็นสองพวก จับอาวุธหันมาฆ่าฟันกันเอง
ผลบั้นปลายในสมรภูมิเดียนเบียนฟู
ฝ่ายโฮจิมินห์ชนะจับเชลยไทดำ ไทขาวที่เข้าข้างฝรั่งเศสไปฆ่าถึง 4,500คน
ส่วนไทดำ ไทขาวฝ่ายโฮจิมินห์ระดับผู้นำก็ได้รับตำแหน่งสำคัญ
ส่วนเรื่องสัญญา ชนะแล้วจะให้ปกครองดินแดน
โฮจิมินห์ทำเป็นลืม ผนวกเอาดินแดน 16 เจ้าไต
รวมกับดินแดนเวียดนาม
นับแต่วันนั้น ปี พ.ศ.2497 ดินแดน 16 เจ้าไต ก็หายไปจากแผนที่โลก หายไปจากความทรงจำของชาวโลก

ปี 2512 ไทดำที่ลี้ภัยไปอยู่ลาว แต่งเพลงไทดำรำพัน เนื้อเพลงท่อนแรก “15ปีที่ไทดำ ห่างแดนดิน จงอินดู หมู่ข้าน้อย ที่พลอยพาก บ้าน เฮาคนไท ย้ายกันไป ทุกถิ่นทุกถาน จงฮักกันเนอ ไทดำเฮาเนอ”
คุณบรรจง...เล่าเรื่องไทดำไว้มาก แต่ผมจับใจพิธีการก่อนตาย... ไทดำ ในไทย ในลาว หรือทุกแห่งในโลก จะถูกสั่งสอนให้ให้รู้จักพิธีบอกวิญญาณ ให้รู้จักเส้นทาง...กลับสู่แผ่นดินแม่ ไทดำที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออิตาลี...จะถูกบอกให้ขึ้นเครื่องบินมาลงดอนเมือง หารถต่อไปถึงวัดเนินพระเนาว์ ข้ามฝั่งโขงเมืองหนองคาย...แล้วก็ลัดเลาะแต่ละเมืองไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึง เมืองลอสภาพของเมืองลอ น่าจะเป็นเมืองในเนื้อเพลงไทดำท่อน 3 รำพันว่า  เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอน ต้องจรจำลา ปะไฮ ปะนา น้ำตาไทไหล”
คุณบรรจง ทิ้งท้ายให้คิด เพราะไทดำ ไทขาว ไร้รักสามัคคี แตกแยกกันเอง เป็นเหยื่อคำหลอกล่อของฝรั่งเศสและญวน เป็นเหตุแห่งการสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น